วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

ทริปท่องเที่ยว วัดม่วง ตลาดสามชุก ลูกหลานพันมังกร

วัดม่วง ตลาดสามชุก ลูกหลานพันธุ์มังกรเดินทาง
โดยรถบัสปรับอากาศ 1วัน เดินทางสู่ วัดม่วง ที่ อ.วิเศษไชยชาญจ.อ่างทอง เที่ยวชมตลาดร้อยปีสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และ ชมพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร1วัน (กรุงเทพ-อ่างทอง)9.00น-คณะเดินทางพร้อมกันที่ หน้าประตูมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
10.30น-เดินทางถึง วัดม่วง อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง
บริการอาหารว่างเพิ่มรูปภาพและ เครื่องดื่ม
13.00น เดินทางถึง ตลาดร้อยปี สามชุก จ.สุพรรณบุรี 15.30น เดินทางถึง ลูกหลานพันธุ์มังกร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
18.00น. -เดินทางกลับถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
อัตราค่าบริการ - ราคาท่านละ 1,200 บาท- ราคาช่วงเทศกาล 1,700 บาท
สิ่งที่ควรนำติดตัว - ยาประจำตัว กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์กันแดด,ร่มพับ -เสื้อกันหนาว - รองเท้าที่สวมใส่สบาย

วัดม่วง อ.วิเศษไชชาญ จ.อ่างทอง


วัดม่วง อ.วิเศษฯ จ.อ่างทอง พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกประวัติความเป็นมา วัดม่วงเดิมทีวัดม่วงเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ปี พ.ศ. ๒๒๓๐ ณ. แขวงเมืองวิเศษชาญ ซึ่งเคยได้เป็นเมืองหน้าด่
าน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาได้เสียกรุงให้แก่พม่า พม่าได้เผาผลาญบ้านเมือง วัดวาอาราม และพระพุทธรูปไปเป็นจำนวนมาก สิ่งที่หลงเหลืออยู่ คือ ซากปรักหักพังของวัดวาอาราม และ พระพุทธรูป ที่อยู่บนเนินมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ท่านพระคูวิบูลอาจารคุณ ( หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ ) ได้มาปักกลดธุงดงค์เห็นว่าบริเวณนี้เคยเป็นวัดร้าง จึงน่าปฏิบัติธรรม แต่ขณะปฏิบัติธรรม ได้ปรากฏนิมิต เห็นองค์หลวงปู่ขาว และหลวงปู่แดง มาบอกว่าให้ท่านได้ช่วยก่อสร้างวัดม่วงขึ้นมาใหม่ เพราะท่านพระครู เป็นผู้มีบารมี ที่สามารถจะก่อสร้างบูรณะวัดม่วง ขึ้นมาใหม่ได้ด้วย ผู้ที่เคยอาศัยในสมัยก่อนได้มาเกิด และจะมาช่วยท่านแล้ว และในบริเวณวัดร้างนี้จะมีศิลาขาว และศิลาแดงอยู่ คือ องค์ของหลวงปู่ขาว และหลวงปู่แดง นั้นเอง ซึ่งต่อมาท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ ได้มีการปั้นองค์พระครบศิลาขาว และศิลาแดงไว้ โดยเรียกนามว่า หลวงปู่ขาว และหลวงปู่แดง จนถึงปัจจุบันนี้ จุด เด่นที่น่าสนใจของวัดม่วงมีหลายแห่งจุดแรก คือ อุโบสถที่มีรั้วล้อมรอบด้วยกำแพงกลีบบัวสีชมพู หากมองในระยะไกลจะมีความงดงามราวกับดอกบัวของจริง ภายในกำแพงยังมีรูปปั้นพระเกจิอาจารย์อีก ๑๐๘ องค์จุดที่๒ คือ วิหารแก้ว ภายในนอกจากจะเป็นที่ตั้งของโลงศพมุกบรรจุร่างหลวงพ่อเกษม ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๔๔ ท่านสั่งให้เก็บร่างไว้ โดยท่านได้สร้างโลงมุกไว้ก่อนหน้านี้ถึง๑๐ ปี คือ ปี พ.ศ.๒๕๓๙ ยังมีรูปปั้นพระเกจิอาจารย์และเทพอีกประมาณ ๘๐ องค์จุดที่๓ แดนนรก เป็นแดนที่แสดงให้เห็นว่า ขณะมีชีวิตอยู่ทำกรรมอะไรไว้ เมื่อตายไปจะต้องรับกรรมอะไร ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ยังมีกิเลสอยู่ในตัว และผู้ที่คิดจะทำความผิดจุดที่ ๔ แดนเชิดชูวีรชนไทย สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนไทยได้รับรู้ว่า ความเป็นไทที่มีอยู่วันนี้ เกิดจากการเสียสละของบรรพบุรุษไทย ที่เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตรักษาไว้ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปีตลาดสามชุก เป็นตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถนนคือ เส้นทางจราจรทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้าขายในตลาดสามชุกก็ เริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร้านค้าในตลาดมีประมาณ 300 ร้าน เจ้าของร้าน 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวตลาดสามชุก อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นชุมชนรอบข้าง ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนถิ่นอื่นเข้ามาร่วมทำมาหากิน



ตลาดสามชุก


ประวัติขุนจำนง จีนารักษ์
จำนง จีนารักษ์ นามเดิมว่า หุย แซ่เฮง เป็นคนจีนเกิดใน ประเทศไทย ใกล้วัดโพธิ์คอย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ประกอบอาชีพค้าขาย มีโรงเหล้า และโรงยาฝิ่น เมื่อเยาว์วัยศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีน กลับมาเมืองไทยเมื่ออายุ 20 กว่าปี ต่อมาได้สมรสกับคุณกุ้ยเอง แซ่เจ็ง เป็นคน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี มีบุตรธิดา 3 ต่อมาได้เช่าที่ราชพัสดุปลูกบ้าน 3 ชั้น (คอนกรีตเสริมเหล็ก)ใน พ.ศ.2459 กิจการค้าขายของท่านเจริญรุ่งเรืองไปถึง 6 อำเภอ ท่านจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ประกอบกับท่านเป็นคนดีมีเมตตา ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จึงได้เป็นผู้นำชุมชน คุณงามความดีของท่าน ทำให้ท่านได้รับบรรดาศักดิ์ เป็น ขุนจำนงจีนารักษ์ ตำแหน่งกรรมการพิเศษจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการสูบฝิ่น ท่านจึงหันมาทำสวนทำไร่ และเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2517 รวมอายุได้ 83 ปี บ้านของท่านในส่วนของ คุณเคียวยี้ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนาย โต้วซ้ง จีนารักษ์ อนุญาติให้คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยใช้ชื่อ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนง จีนารักษ์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บของโบราณ สำหรับผู้ที่สนใจเข้า ชมเพื่อศึกษาหาความรู้มาจนถึงปัจจุบันนี้


อุทยาน มังกรสวรรค์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี



“อุทยาน มังกรสวรรค์...พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” สร้างขึ้นตามดำริของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์สัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ครบ 20 ปีในปี พ.ศ.2538 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งได้มีการประสานงานกับกระทรวงวัฒนธรรมจีน ศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และนำมาออกแบบในลักษณะงานสถาปัตยกรรมรูปมังกรที่ ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความยาว 100 เมตร สูง 35 เมตร และกว้าง 18 เมตร ภายในตัวมังกรได้จัดสร้างเป็น พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้อมูลด้านประวัติศาสตร์จีน เหตุการณ์และบุคคลสำคัญ สิ่งประดิษฐ์สำคัญ รวมถึงคุณธรรม คติธรรมในการดำรงชีวิต นำเสนอด้วยสื่อผสม (มัลติมีเดีย) ซึ่งถือเป็น พิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนที่ถูกต้อง และทันสมัยที่สุดในประเทศไทยพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร เปิดให้บริการระหว่างวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. กำหนดเข้าชมเป็นรอบใช้เวลารอบละ 1 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมเสียงบรรยายเป็นภาษาอังกฤษและจีน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 3552 6211 ทั้งนี้จะมีพิธีเปิด “อุทยานมังกรสวรรค์...พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ช่วงเวลา 17.00 – 19.00 น.) และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองต่อเนื่อง 9 วัน 9 คืน จนถึงวัน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Countdown 2009

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น